มือที่มองไม่เห็น

posted on 11 Sep 2013 22:36 by clepsydra
 
 
 
 
 
 
 
ยังคงอยู่ในภาวะคับขันทางการเงินครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าปีนี้มันจะชงอะไรกันนักหนา รู้สึกว่าจะมีปัญหาเข้ามาทุกๆย่างก้าว เดือนนี้ค่าใช้จ่ายพุ่งกระฉูด สูงที่สุดเท่าที่ผมเคยบันทึกมา 94672 บาทถ้วน นั่นเท่ากับว่า รายจ่ายเท่ากับเงินเดือนผมสองเดือนเลยทีเดียว เจอเข้าอย่างนี้ผมก็ปวดหัวสิครับ
 
 
 
 
 
คิดว่าผมจะมีเงินจำนวนเยอะอย่างนี้เหรอครับ คำตอบคือไม่
ที่ผ่านไปได้ก็เพราะความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ยืมเงินเพื่อนนั่นเองครับ ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนทึ่ช่วยเหลือ
 
 
 
 
 
 
แต่เชื่อมั้ยครับว่า เวลาที่เรามีปัญหา ชีวิตถึงช่วงที่ไม่เสถียร อะไรหลายๆอย่างในชีวิตมันก็ไม่ราบรื่นไปซะทุกอย่าง
 
 
 
ครั้งแรกผมตั้งใจยืมเงินก้อนหนึ่งจากพี่่คนหนึ่งซึ่งเป็นญาติๆกัน แต่เชื่อมั้ยครับว่า ก่อนวันโอนเงินแค่วันเดียวพี่คนนั้นประสบอุบัติเหตุ ต้องผ่าตัดใช้เงินหลายแสน ผมเลยต้องพึ่งเพื่อนคนอื่น และผมก็ได้เพื่อนคนนึงซึ่งยินดีช่วย เพื่อนผมโอนเงินมาให้ตามที่ต้องการเป๊ะ และโชคดีที่ผมยังไม่ใช้เงินก้อนนั้น เพราะวันรุ่งขึ้นเพื่อนคนนั้นก็ส่งข้อความมาในไลน์ว่า ขอเงินกลับก่อนได้ป่ะ เพราะมีเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงินด่วนมาก ผมก็เลยจำต้องโอนเงินคืนให้เพื่อนไปโดยปริยาย
 
 
 
 
 
 
 
ในช่วงอายุยี่สิบปลายๆหรือต้นสามสิบเป็นเรื่องยากมากที่จะยืมเงินก้อนจากใคร เพราะต่างก็มีภาระ สร้างฐานะความมั่นคงให้กับชีวิตตัวเองกันทั้งนั้น บ้าน รถ ทุกคนมีภาระต้องผ่อนกันทั้งนั้น ผมถามเพื่อนคนแล้วคนเล่า ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง อย่าแปลกใจและตกใจครับที่เห็นผมเที่ยวยืมเงินใครต่อใคร ผมไม่มีและต้องการความช่วยเหลือจริงๆครับ ผมมีผมก็บอกว่ามี ถ้าผมไม่มีผมก็บอกได้เต็มปากเต็มคำโดยไม่อายว่าผมไม่มี
 
 
 
 
 
 
 
มีเพื่อนสองสามคนที่ผมประทับใจมาก เพราะเพื่อนดิ้นรนหาเงินให้โดยไม่ถามเลยซักนิดถึงปัญหาที่ผมมีอยู่ มีน้องคนนึงซึ่งรู้จักกันผ่านบล็อกแห่งนี้ ยินดีโอนเงินให้แบบไม่ถามอะไร พร้อมประโยค"หนูว่าถ้าพี่ไม่เดือดร้อนจริงๆ พี่คงไม่ขอความช่วยเหลือจากหนูหรอก" นี่แหละครับ ใครก็ไม่รู้ ไม่เคยเจอเห็นหน้าค่าตากันด้วยซ้ำ ประทับใจและรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณมาก
 
 
 
 
 
 
 
จำได้ว่าผมเคยบ่นเรื่องรายจ่ายซึ่งมีเยอะโดยบังเอิญลงในเฟซบุ๊ค ก็แค่อยากระบาย เย็นวันนั้นมีเพื่อนคนนึงส่งข้อความมาถามว่า"มีปัญหาหมุนเงินไม่ทันเหรอมึง ทำไมไม่บอก?" ผมก็ได้แต่อึ้ง เพราะปกติก็ไม่ค่อยได้คุยกันสักเท่าไหร่ ก็ได้แต่บอกว่าเกรงใจ และแล้วเพื่อนคนนั้นก็ให้ยืมเงินมาก้อนหนึ่ง ผมขอบอกขอบใจเพื่อนคนนั้นเป็นการใหญ่ แต่รู้มั้ยครับ เพื่อนบอกว่า "ไม่เป็นไร กูจำได้ว่่าตอนที่กูไม่มีห้องอยู่ มึงยังให้กูไปอยู่ด้วยเลยตั้งนาน" ผมอึ้งไปพักนึงเพราะนึกไม่ถึงว่าตัวเองเคยไปช่วยอะไรใครที่ไหนไว้ด้วยเหรอ
 
 
 
 
 
 
ตอนนี้รู้แล้วครับว่าความดีเล็กน้อยๆที่เราเคยทำ มันไม่ได้สูญเปล่าเลย มันกลับมาช่วยเราได้ในยามคับขัน สรุปผมได้เงินมาครบทุกบาททุกสตังค์ตามที่ต้องการ จ่ายจนหมดเหลือติดตัวอยู่นิดหน่อย
 
 
 
 
 
 
แต่แล้วผมก็มีกำหนดต้องคืนเงินเพื่อนคนนึงในเร็วๆนี้ และผมยังหาเงินไม่ได้ ที่แย่ไปกว่านั้น เพื่อนคนนี้รถชนและจากสภาพที่เห็น น่าจะซ่อมแพงเอาการอยู่ ตอนนี้ผมก็เลยปวดหัวอีกระรอกเพราะหาเงินไม่ทัน สิ้นเดือนนี้ก็ดูจะนานไปเพราะเข้าใจว่าเพื่อนจำเป็นต้องใช้ ตอนนี้ผมก็ได้แต่คิดและเครียดอยู่คนเดียว เห้อ นี่แหละนะที่เค้าว่าดวงตก เคราะห์ซ้ำกรรมซัด
 
 
 
 
 
 
ผมมีความรู้สึกว่า ตอนนี้เหมือนมีมือใครสักคนหนึ่งพยายามฉุดผมลงเหว และก็มีอีกมือนึงพยายามช่วยผมไว้ กระชากกันไปมา พอมีคนช่วยเดี๋ยวก็มีปัญหาเข้ามา เป็นอยู่อย่างนี้ตลอด นี่แหละครับ มือที่มองไม่เห็น มือที่ไดรฟ์ชีวิตผมในรูปแบบต่างๆ
 
 
 
 
 
 
 
ปล. โน๊ตบุ๊คยังคงพังอยู่ เช่นเดียวกับฮีตเตอร์ ไมโครเวฟ ปลั๊กไฟในห้อง และล่าสุด WIFI ที่บ้าน
 
 
 
 
 
 
ขอเถอะนะ ขอเดือนนี้เป็นเดือนสุดท้ายที่เจอกับปัญหาหนักๆ มีมาอีกผมคงไม่ไหว ขอเวลาให้ผมได้หายใจ ทำงานใช้หนี้เพื่อนสักพัก แล้วจะมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ร่อนไม่กลัว เพราะจากนี้ตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตให้รอบคอบมากขึ้นกว่าเก่า และจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรให้บ่อยกว่าเดิม
 
 
 
 
 
 
 
 
นายอาร่อน....
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สู้ๆ ค่ะ  big smile

#1 By ChayaLively on 2013-09-14 00:38