ครั้งแรกที่มาอยู่ต่างประเทศ ผมว่าเราทุกคนคงจะสนุกกับมัน เพราะอะไรหลายๆอย่างเป็นสิ่งที่ใหม่สำหรับตัวเรา ผมเองก็เหมือนกัน มันเป็นเหมือนการเปิดโลกทัศน์ของตัวเองให้กว้างขึ้น ที่สำคัญ มันเป็นเหมือนการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆในชีวิต เริ่มนับหนึ่งใหม่ เริ่มก้าวไปข้างหน้าใหม่แบบที่เรามันใจขึ้น
 
 
 
 
 
ผมแทบไม่มีอาการคิดถึงบ้านหรือเหงาเลยเพราะส่วนตัวแล้ว ผมก็ไม่ใช่คนที่อยู่บ้านมาโดยตลอดตั้งแต่เด็ก ชีวิตผมระหกระเหินไปเรื่อยๆตั้งแต่เข้าเรียนมหาลัย และการได้มาอยู่ต่างประเทศก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมอยู่ไกลบ้าน
 
 
 
 
 
ผมมีความสุขนะกับอะไรใหม่ๆที่ได้เจอ ผมสนุกกับการเดินทางท่องเที่ยว สนุกกับการได้รู้จักเพื่อนใหม่ สนุกกับการปรับชีวิตของตัวเองให้เข้ากับที่นั้นๆที่เราอยู่
 
 
 
 
 
ผมสบายใจกว่าตอนที่ผมอยู่เมืองไทยมากกับการได้มาอยู่ที่นี่ ผมไม่มีเรื่องให้คิดให้เครียด มันเหมือนเรื่องราวต่างๆที่ค้างคาอยู่ในสมองมันค่อยๆหลุดลอกออกไป การที่เรามีสุขภาพจิตที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะนั่นมันทำให้เรามีความสุขกับทุกๆเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
 
 
 
 
 
เกริ่นมาซะนาน จะเข้าเรื่องแล้วนะ เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า หลังจากอยู่ที่นี่มาจะเจ็ดเดือนแล้วผมยังไม่มีโอากาสได้กลับบ้าน ไม่ได้อยากกลับบ้าน แต่การได้กลับบ้านหลังจากที่เราไม่ได้กลับมานานมันเป็นอะไรที่พิเศษสุด
 
 
 
 
 
ผมวางแผนไว้หลายอย่างว่ากลับไปแล้วผมจะทำอะไรบ้าง ซึ่งเวลาส่วนใหญ่ก็วางแผนไว้ว่าจะกลับไปพบปะสังสรรเพื่อนๆ แล้วผมก็นับถอยหลังรอเวลานั้นมาถึง เวลาที่ผมจะได้กลับบ้าน
 
 
 
 
เจ็ดวันเป็นเวลาที่น้อยมาก แต่นั่นก็เยอะที่สุดเท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย
 
เครื่องลงที่ดอนเมือง เพื่อนๆมารอรับและออกไปตระเวณราตรีหาอะไรทานรอบดึก แค่เพียงความรู้สึกที่ได้อยู่กับเพื่อนมันก็สุขสุดๆแล้ว อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าผมก็จะได้กลับถึงบ้าน สถานที่ที่มีความรู้สึกว่าอยากไปเหลือเกินในตอนนั้น
 
 
 
 
 
เครื่องบินผ่านอ่าวพังงา ท้องฟ้าปลอดโปร่ง มองลงไปด้านล่าง มันคือวิวที่เราคุ้นเคย เพราะข้างล่างที่เห็นคือ เกาะน้อยใหญ่เรียงราย ภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน ใช่แล้ว ที่นี่แหละบ้านเรา
 
 
 
 
 
เครื่องลงจอด ผมรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้กลับมาเหยียบผืนแผ่นดินที่นี่อีกครั้ง น้องและหลานมารอรับที่สนามบิน เราขับรถตรงกลับบ้านทันที ไม่ทันไร ฝนก็โปรยปรายและตกหนัก(ถึงหนักมาก)
 
 
 
 
ถึงบ้านผมเอาข้าวของเข้าไปไว้ในห้องที่เคยนอน แต่ลืมไปว่า ตอนนี้มันไม่ใช่ห้องเราอีกต่อไป เพราะน้องสาวเพิ่งแต่งงานและยึดห้องนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมเลยเอาข้าวของมาเก็บไว้ตรงห้องนั่งเล่น
 
 
 
 
 
อะไรหลายๆอย่างที่บ้านเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนคือเรายังมีพ่อ แม่ น้องสาวอยู่เหมือนเดิม
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกอย่างคือ เรามีสมาชิกใหม่ข้องบ้านเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน คนแรกคือสามีของน้องสาว คนที่ผมมองว่ายังไงก็ยังเด็กในสายตาผมเสมอ แต่วันนี้น้องสาวผมมีลูกตัวเล็กๆ และเด็กแบเบาะคนนี้นี่เองที่ทำให้การกลับบ้านครั้งนี้มีความสุข และต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
 
 
 
 
 
ด้วยเวลาที่น้อยนิด ผมแบ่งเวลาให้เพื่อนส่วนหนึ่ง ผมตระเวณภูเก็ตอยู่สองวันสองคืนเพื่อพบปะเพื่อนเก่า เพื่อนแก่ เพื่อนที่รู้จักมานานและเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จัก การได้เจอเพื่อนช่างเป็นอะไรที่พิเศษมาก เพราะเพื่อน ต่อเมื่อไหร่ก็ติด แม้อากาศจะไม่เป็นใจแต่ก็มีความสุขที่สุดที่ได้เจอหลายๆคน 
 
 
 
 
 
 
มีเพื่อนบางคนที่ไม่ได้เจอแต่ก็ได้โทรหา ส่งข้อความให้กันบ้าง และได้แต่หวังว่า อีกไม่นานเราคงจะได้เจอกันอีกผมเองก็ไม่ได้อยู่ไกลซะขนาดนั้น
 
 
 
 
มีคนบางคนที่ผมลังเลอยากโทรหา อยากพูดคุย แต่คิดไปคิดมา การที่เราได้คุยกันอีกครั้งมันจะทำให้ผมรู้สึกดี หรือเขารู้สึกดีรึเปล่า แถมยังคิดในใจว่า อะไรหลายๆอย่างที่รกสมองผมในหลายปีที่ผ่านมามันก็เป็นเพราะเขา ตอนนี้ผมดีกับสิ่งที่ผมเป็นอยู่แล้ว ทำไมผมจะต้องทำอย่างนั้นอีก ผมก็เลยปล่อยเวลาให้ผ่านไป ไม่โทรหา ให้ความคิดถึงอยู่ในใจ จริงๆก็ไม่ได้คิดถึงเขาหรอก แต่คิดถึงเด็กสองคนที่อยู่กับเข้ามากกว่า หากการเจอกันหนึ่งครั้ง มันจะทำให้ผมมีเรื่องให้คิดมากไปอีกสองสามเดือน ผมขอไม่เจอซะดีกว่า
 
 
 
 
 
ผมกลับมาใช้เวลาอยู่ที่บ้านอีกสองสามวัน มันช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเสียจริง ได้กินอะไรที่อยากกิน ได้ทำอะไรที่อยากทำ ได้เล่นกับหลานตัวน้อยๆที่กำลังหัดยิ้ม ทำลุงติดไปเลย แต่ก็นั่นแหละเวลาแห่งความสุขมักจะสั้นไปเสมอ ถึงคราวต้องแพ็คกระเป๋ากลับอีกครั้ง 
 
 
 
 
 
ถึงเวลาเข้าจริงๆ ไม่อยากก้าวขาออกจากบ้านเลย ทุกวินาทีที่นี่มีความสุข และดูเหมือนมันจะมีความสุขขึ้นมากกว่าทุกครั้ง เมื่อนานๆครั้งเราได้กลับ ร่ำลาหลานอยู่นาน โอ้เอ้ ร่ำลาพ่อแม่
 
 
 
 
 
น้องสาวมาส่งที่สนามบิน อารมณ์ตอนนั้นคือ ไม่อยากขึ้นเครื่องเลย คิดอยู่ว่่า ถ้ามีงานดีๆ เงินดีๆ ที่นี่คงเป็นที่ที่น่าอยู่ที่สุดในโลกแล้วหละ แต่แล้วผมก็ต้องไป ต้องจากบ้านไปอีกครั้งด้วยหน้าที่
 
 
 
 
 
มีหลายคนพูดเสมอว่า ยูโชคดีมากนะที่เกิดเป็นคนไทย เพราะประเทศยูมีอะไรหลายๆอย่างให้ดู ให้กิน ให้เที่ยว ให้ทำ แรกๆก็คิดในใจ เฮ้ย จริงเหรอ? แต่พอตอนนี้ ตอนที่ได้มาอยู่ไกลบ้าน และมองบ้านแบบที่คนนอกมอง เออ มันเริ่มเห็นด้วย 
 
 
 
 
 
 
 
และคงไม่มีประเทศไหนแล้วหละ ที่เมือนประเทศไทย
และก็คงไม่มีที่ไหนอีกแล้วหละ ที่เหมือนบ้าน
 
 
 
 
 
คิดถึงจัง

Comment

Comment:

Tweet

Hot! confused smile ใช่ค่ะ

#4 By ღ。Nahmfonღ。 on 2013-07-20 12:27

big smile ไม่มีที่ไหนเหมือนบ้านเราจริงๆ โดยเฉพาะความอบอุ่นที่เคยได้ กลับบ้านมาแล้วมีใครให้เจอก็ดีนะ ดีกว่ากลับมาแล้วเจอห้องว่างๆ เงียบเหงา

#3 By Paa orKant on 2013-07-12 10:54

ไม่มีทีไหนอบอุ่นเท่าบ้านเราเอง big smile

#2 By -The_Priefy- on 2013-07-12 08:36

ใช่จ้ะ ปรัเทศไทยเพิ่งได้รับการโหวต
เมืองน่าท่องเที่ยวที่ 1 ของโลก
confused smile Hot!

#1 By ปิยะ99 on 2013-07-11 08:32