ปักกิ่งจริงๆนะ 2

posted on 14 May 2013 19:59 by clepsydra directory Lifestyle, Travel, Diary
 
 
 
 
 
 
เริ่มต้นวันที่สอง เราตื่นนอนกันตั้งแต่เช้าเพื่อไปกำแพงเมืองจีน ห้องที่เราจองมาไม่ได้รวมอาหารเช้าเราก็เลยไม่ลงไปทาน เนื่องจาก่าวันนี้เราจะออกไปข้างนอกทั้งวัน เราก็เลยเช็คเอ้าท์กันตั้งแต่ตอนเช้าแล้วก็เอากระเป๋าฝากไว้ที่คอนเซียร์จ ที่ Holiday Inn Haidian มีบริการรถรับส่งฟรีระกว่างโรงแรมและสถานีรถไฟฟ้าที่ไกล้ที่สุด เราเช็คเอ้าท์กันตอนแปดโมง พนักงานเห็นว่าเราเช็คเอ้าท์กันอยู่ก็เลยบอกให้ shuttle bus จอดรอเพราะรถจะออกตอนแปดโมงตรง
 
ห้องพักที่ Holiday Inn Haidian
 
ขอย้อนกลับไปเมื่อคืนนิดนึง ก่อนมาสอบถามเพื่อนๆและศึกษาในเว็บไซต์หลายสำนักเกี่ยวกับการใช้อินเตอร์เน็ตในจีน ก็เลยเตรียมใจมาก่อนล่วงหน้าแล้วว่ามาเที่ยวที่นี่สัปดาห์นึงเราจะไม่มีโอกาสได้เล่นเฟซบุ๊ก ก็เลยเตรียมใจกับอาการลงแดงมาแล้ว แต่เป็นที่น่าแปลกว่าพวกเราทุกคนในกลุ่ม ใช้เฟซบุ๊กกันได้ทุกคน เล่นกันสนุกสนานจนนอนดึก
 
นั่งรถจากโรงแรมมาสถานีรถไฟฟ้าใช้เวลานิดเดียว และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสใช้ subway ของจีน มีคนใช้บริการกันเยอะมาก ยืนเบียดเสียดกันสุดๆ หายใจจนคนข้างๆแทบจะหลุดเข้าไปในรูจมูกเลยทีเดียว เบียดเสียดกันซักพักเราก็มาถึงสภานีรถไฟกลาง
 
เนื่องจากไปสี่คน เลยขอห้อง Twin
 
แผนวันนี้ของเราคือ เราจะนั่งรถไฟไปกำแพงเมืองจีนที่ Badaling จริงๆแล้วจะมีรถไฟสองขบวนที่ออกจากที่นี่ไปที่ปาต้าหลิงทุกวัน ค่ารถไฟไปกลับก็แค่คนละไม่กี่หยวน แต่เป็นความซวยของเรา รถไฟวันนี้เต็ม ใครจะนั่งรถไฟไปปาต้าหลิงแนะนำให้ซื้อตั๋วรถไฟล่วงหน้าไว้เลยครับหนึ่งวันก่อนล่วงหน้า เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
 
เมื่อตั๋วรถไฟเต็มก็เลยนึกขึ้นได้ว่า ยังไม่ได้ซื้อตั๋วรถกลับกวางโจว ก็เลยซื้อมันซะเลย ราคาเท่าเดิม 862 หยวน ไม่คิดเลยว่าตั๋วใบนี้จะเป็นที่มาของความซวยในตอนท้าย
 
ไหนๆตั๋วรถไฟเต็ม แผนการเดินทางก็เปลี่ยนไม่ได้ เราเลยจำเป็นต้องพึ่งทัวร์ผีซึ่งทำมาหากินอยู่หน้าสถานีรถไฟนั่นแหละ พอเห็นตำรวจมาทีก็หายตัวเป็นนินจาทีนึง
 
พนักงานรถไฟจีน เป๊ะมากกกก
 
ราคาเปิดมาค่อนข้างแพง แต่สุดท้ายเราก็ต่อลงมาได้ที่ 100 หยวนต่อคน จริงๆแล้วตั้งใจจะปิดการซื้อที่ 80 หยวน แต่ต่อเท่าไหร่ก็ไม่ลด ก็เลยต้องจำใจไปเพราะเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ทัวร์ผีที่ว่านี้ต้องรอให้ลูกค้าครบ 8 คนนะครับถึงจะออก ตอนที่เราตัดสินใจซื้อมีเกาหลีสองหัวซื้อไปแล้ว รวมเราอีกสี่คนก็เป็น 6 คน พี่ไกด์ผีเลยพาเราไปนั่งรอที่ด้านข้างสถานีรถไฟ นั่งไปนั่งมาอาหารเช้าก็ยังไม่ได้ทานก็เลยหิว บอกพี่เขาว่าจะไปซื้อ KFC เพราะเราเห็นในสถานีรถไฟ พี่ไกด์ผีไม่รู้มีน้ำใจหรือว่ากลัวเราหนี พาเราเดินไปทางลัดแล้วก็นั่งเฝ้า ยังไม่ทันจะกิน ไกด์ผีตัวเมียโทรมาบอกว่าได้ลูกค้าเพิ่มสองคน เราก็เลยต้องเอาไปกินกันบนรถ
 
คนเยอะจริงๆ มาจากไหนกันนะเนี่ย
 
ทัวร์ผีนี้มีพาหนะเป็นรถตู้กลางเก่ากลางใหม่ ขึ้นรถปุ๊บเราก็กินกันทันที ลูกทัวร์ที่เหลือเงียบสงบ ส่วนพวกเราเอะอะโวยวายหาเรื่องฮากันได้ตลอด ผ่านไปเกือบๆชั่วโมงรถก็พาเราออกมานอกเมือง วิวสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนเป็นภูเขาสูง แม่น้ำ วิวสวยงามเลยทีเดียวครับ และแล้ว สายตาเราก็สอดส่องไปเจอสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่อยู่บนยอดเขา ใช่แล้วครับ มันคือกำแพงเมืองจีน
 
 
รถเลี้ยวเข้ามาในเขตลานจอดรถ นัดแนะเราเรื่องจุดนัดพบแล้วก็ให้เวลาเราเที่ยวกำแพงเมืองจีนสามชั่วโมง ด้วยความขี้เกียจบวกกับอยากอยู่บนกำแพงเมืองจีนนานๆ เราเลยตัดสินใจขึ้นรถกระเช้า แล้วค่อยเดินลงกัน
 
เดินแบบไม่ต้องออกแรง มีคนดันตูดตลอด
 
 
ประวัติกำแพงเมืองจีนซักนิด กำแพงเมืองจีนที่ปาต้าหลิงนี่เป็นกำแพงที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงค์หมิงตั้งแต่ปี ค.ศ 1505 ถือเป็นช่วงของกำแพงเมืองจีนที่ว่ากันว่าสร้างถูกต้องตามหลักยุธศาสตร์ที่สุดในบรรดาด่านทั้งหมด 
 
ก่อนไปเห็นรีวิวคนอื่นๆที่ไปเที่ยวปาต้าหลิง คนไม่เห็นมันจะเยอะแต่พอมาเจอเข้าจริงๆโอ้โห คนเยอะมาก เดินขึ้นป้อมปราการเนี่ย แทบไม่ต้องบอกแรง มีคนเบียดหนุนหลังขึ้นมาตลอด แต่เดินไปเดินมาชักจะเหนื่อยเลยหยุดถ่ายรูปเล่นแล้วเดินลง
 
ความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีน
 
มาเห็นกำแพงเมืองจีนด้วยตาตัวเองถึงกับทึางไปเลยครับ เพราะมันยิ่งใหญ่อลังการมาก คิดดูนะครับกำแพงสูงเจ็ดเมตรกว้างห้าเมตรทอดยาวผ่านยอดเขาลูกแล้วลูกเล่า ทึ่งจริงๆครับไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือสิ่งก่อสร้างโดยฝีมือมนุษย์เมื่อหลายพันปีก่อน แต่ด้วยความยิ่งใหญ่ที่เรากำลังทึ่ง มันก็อีกมีบางเศษเสี้ยวของความรู้สึกที่สลดกับที่มาที่ไปของมัน ว่ากันว่ามีแรงงานมนุษย์กว่าหนึ่งล้านคนที่ถูกเกณฑ์มาสร้างกำแพงแห่งนี้ และส่วนใหญ่ก็เสียชีวิตกันที่นี่ ก็เลยมีคนคำนวณออกมาว่า ทุกๆหนึ่งฟุตของกำแพงเมืองจีน จะมีแรงงานเสียชีวิตลงหนึ่งคน แล้วกำแพงเมืองจีนยาวเท่าไหร่ครับ ?? 6350 กิโลเมตร มันคือความสลดอันยิ่งใหญ่อีกเช่นกันครับ
 
เผื่อใครเหนื่อย มีกระเช้าให้ด้วย
 
เราเดินลงมาเรื่อยๆเพื่อพยายามรักษาเวลาเพราะไม่อยากให้ลูกทัวร์คนอื่นๆรอ ปรากฎว่าเราเป็นกลุ่มที่สองที่ลงมาถึงก็เลยได้มีโอกาสลิ้มรสเนื้อแกะย่างโรยผงอร่อยเหมือนที่เคยติดใจตอนไปคุณหมิง ข้าวเที่ยงก็ไม่ได้กิน เหนื่อยก็เหนื่อย ผมซัดไปหลายไม้เลยทีเดียว 
 
เรานั่งรถกลับเข้าเมืองมาอีกหนึ่งชั่วโมง หลับกันทุกคนครับยกเว้นคนขับ พี่คนขับพาเรามาส่งที่สถานีรถไฟที่เดิม จากประสบการณ์ทัวร์ผี จริงๆถ้าตกลงราคากันได้มันก็ไม่น่ากลัวมากครับ เค้าดูแลเราดีใช้ได้และก็เป็นมิตร ใครที่มีเวลาจำกัดในการเที่ยวก็ลองได้นะครับ
 
มันใหญ่มาก สมกับเป็นสิ่งก่อสร้างระดับโลก
 
 
เรากลับมารับกระเป๋าที่โรงแรม แต่ก่อนที่จะออกก็ไม่ลืมที่จะอัพเดตข่าวสารทาง social network พร้อมกับเอนจอยเครื่องดื่มที่บาร์ของโรงแรม เนื่องจากได้ voucher มาเมื่อวานนี้ ทำให้ได้มีโอกาสเดินดูรอบๆโรงแรม ที่นี่มีร้านอาหารหลายร้านเลยครับ ตกแต่งสวยงามน่านั่งซะด้วย มาอ่านตามหลังเอาใน tripadvisor ปรากฎว่ามีหลายร้านทีเดียวที่เป็นที่แนะนำ สงสัยต้องลองคราวหน้า
 
ทอดยาวผ่านหุบเขา ลูกแล้วลูกเล่า
 
พวกเราต้องเปลี่ยนโรงแรมเพื่อไปใช้ voucher ฟรีที่น้องให้มา ณ Grand Millennium Beijing นั่งแท็กซี่มาประมาณสี่สิบนาที จริงๆ Grand Millennium Beijing เนี่ย อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าเลย เพราะทำเลที่ตั้งอยู่บน Business street ของปักกิ่งเลย เยื้องๆกับตึกสถานีโทรทัศน์ที่หน้าตาประหลาดๆ แต่จากประสบการณ์ การลากกระเป๋าขึ้น subway ปักกิ่ง มันคงทุลักทุเลมาก ก็เลยเรียกแท็กซี่ดีกว่า สี่คนก็แชร์ค่ารถกันไป
 
ดอกไม้สวยๆข้างทาง
 
เราได้ห้อง Suite มาซึ่งขอบอกว่า กว้างขวางและสะดวกสบายมาก ก่อนมาส่งข่าวมาบอกทางโรงแรมแล้วว่าขอสองเตียงก็เลยได้เป็นห้องที่ว่า แต่เตียงที่นี่แคบกว่าที่ Holiday Inn อีกนะ ประทับใจห้องมากแต่ First Impression ของผมกับที่นี่ไม่ดีมาก เพราะรอเช็คอินนาน มีพนักงานสองสามคนก็ทำงานอยู่คนเดียว แถมไม่มีการให้ข้อมูลใดๆตอนเช็คอินเลย ผมกับเพื่อนอีกคนยังต้องลากกระเป๋าสี่ใบขึ้นห้องเองแบบไม่มีเบลล์แมนบริการ คือถ้าปรับปรุงตรงจุดนี้ได้จะเยี่ยมมากครับ
 
Lobby Bar ที่ Holiday Inn Haidian
 
เนื่องจากว่ายังไม่อิ่มหนำสำราญกับการเล่นเน็ต เราเลยไปนั่งกันต่อที่สตาร์บัคซึ่งก็อยู่ข้างๆโรงแรมนั่นแหละ ข่าวร้ายคือ facebook ที่เราเคยเล่นได้ตอนนี้เล่นไม่ได้เรียบร้อยแล้ว แต่ instragram สามารถโพสภาพและแชร์ลง facebook ได้ตามปกติ เพียงแต่หน้าจอ facebook ของเราจะไม่สามารถ refresh หน้าจอหรืออ่านคอมเม้นท์ได้ แต่เพื่อนๆที่เมืองไทยยังสามารถเห็นภาพที่เราโพสได้ปกติ กำลังคิดใช่มั้ยครับว่าพวกมึงมาศึกษาเรื่องเน็ตโดยเฉพาะเลยใช่มั้ยเนี่ย?  การแชร์โมเม้นท์เป็นความสุขอย่างหนึ่งครับ
 
Grand Millennium Beijing
 
หลังจากที่นั่งซักพัก ทุกคนก็หิวครับเลยตัดสินใจไปทานมื้อค่ำกันที่ถนน Wangfujing ซึ่งเป็นถนนคนเดินและขายอาหารเยอะมาก ไปถึงก็ตรงดิ่งเข้าไปหาร้านเป็ดปักกิ่งเลยครับ ซึ่งร้านมันก็อยู่ในซอยนั่นแหละ ร้านเป็นร้านธรรมดาสามัญชนมาก แต่ว่าอาหารเนี่ย เลิศ จริงๆ เราสั่งมาหลายอย่างมาก แรกๆก็คิดว่ากินไม่หมด แต่เอาเข้าจริง ไม่เหลือครับ ราคาก็ย่อมเยา ดูตามภาพกันเอาเองนะครับ
 
 
ออกจากร้านอาหารเราก็เดินเล่นซื้อของ หาของหวานทาน ซึ่งขอบอกเลยว่า ถนน Wangfujing เนี่ย มีอาหารหลากหลายประเภทเต็มไปหมด อาหารแปลกๆก็มีเยอะ อย่างเช่นแมงป่องย่าง ม้าน้ำ ปลาดาว งู คือดูแล้วมันไม่น่าทานนะ แต่อีกใจนึงก็อยากลอง แต่สุดท้ายไม่เอาดีกว่า เสี่ยงเกินไปเดี๋ยวแพ้ขึ้นมาแล้วจะลำบาก
 
ห้องหรู ประทับใจมาก แต่พนักงานแย่
 
เราออกมาถนนเส้นหลักซึ่งตอนกลางคืนจะปิดถนนเพื่อนให้คนเดินช้อป มีร้านอาหาร บาร์สองข้างทางเต็มไปหมด เดินดูร้านรวงต่างๆเข้าร้านโน่นออกร้านนี่จนเหนื่อยก็เลยตัดสินใจกลับ อีกอย่าง subway เที่ยวสุดท้ายหมดตอนห้าทุ่ม ของเราสองต่อ สี่ทุ่มกว่าๆก็เลยต้องกลับ ไม่อยากเรียกแท็กซี่ สถานี่ subway ก็อยู่ในห้างไกล้ๆถนนคนเดินนั่นแหละ (ใครจะไปถนนคนเดินขึ้นรถมาที่สถานี Wangfujing แล้วออกตรงทางออก A นะครับ ขึ้นบันไดเลื่อนมาหนึ่งชั้น เลี้ยวซ้าย ออกไปนอกตึกแล้วเดินมาทางขวามือก็เจอ Wangfujing Walking street แล้วครับ )ทีนี่คนเยอะมากจริงๆไม่ว่าเที่ยวไหน  อาจจะเพราะค่าโดยสาร 2 หยวนทุกเส้น ทางทุกขบวน ซื้อตั๋วง่ายเดินทางสะดวก เสียอย่างเดียวไม่มีที่ให้นั่ง ฮ่าๆ
 
กลับมาถึงโรงแรมคืนนั้น เราเล่าเรื่องผีกัน การเล่าเรื่องผีในโรงแรมนี่เป็นอะไรที่สนุกมาก เพราะเราจะทำให้เพื่อนที่กลัวผีนอนหลับไปอย่างหวั่นๆ ส่วนผม ไม่กลัวผี หลับสบายยยย
 
 
 
เจอกันตอนหน้าครับ
 
ปล. มีปัญหาในการอัพรูป ตามไปดูแบบเต็มได้ที่ pantip นะครับ
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

มันใหญ่มากกกกก กำแพงเมืองจีน
double wink

#4 By ์ืNokko (103.7.57.18|171.7.107.218) on 2013-05-21 02:32

@lovelyjay ด่วนเลยเจ

#3 By Clepsydra:: on 2013-05-20 22:35

big smile big smile
เดี๊ยวหนูจะตามรอยยยย

#2 By on 2013-05-20 10:44

ดีจังมาช่วงดอกไม้บานแบบนี้กำลังสวยเลย ไม่เคยมีโอกาสได้ไปช่วยนั้นเลย
แต่สภาพกำแพงเมืองจีนที่คนเยอะเบียดเสียดขนาดนั้นก็ไม่เคยเจอเหมือนกัน สุดยอดจริงๆ sad smile

#1 By φυβλας on 2013-05-18 00:33