วันนี้เพิ่งพยายามขอวีซ่าไปไต้หวันอีกรอบ เพราะว่าตั๋วเครื่องบินที่ซื้อไว้ยังใช้ได้อยู่
และที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาเก๊าก็บอกมาแล้วว่า ใบเสร็จที่เราถืออยู่สามารถใช้แทนบลูการ์ดตัวจริงได้
รอบแรกไปที่สถานทูต ปรากฎว่าอิป้ารับเอกสารบอกว่าเอกสารเราไม่ครบ ขาดหนังสือรับรองเงินเดือนหรือว่าสลิปเงินเดือน เอ่อ ป้าครับ รอบที่แล้วกุก็มาแล้วกุก็ยื่นแค่นี้ แล้วมึงก็บอกว่าครบ ไม่ขออะไรเพิ่ม
ถามเพื่อนที่เพิ่งได้วีซ่าก็ปรากฎว่าเค้าก็ไม่ได้ยื่น แล้วนี่มึงจะมาเยอะอะไรกับกุอีก
ไม่่เป็นไรครับ แค่นี้ยังพอทน นั่งรถไปโรงแรมกดสลิปมายื่นได้
หลังจากที่กลับมาอีป้าก็พยักหน้าบอกได้ เดี๋ยวรอสัมภาษณ์
และแล้วผมก็ได้เจอกับอิลุงคนเดิม ลุงบอกว่าไปทำไม รู้จักใคร รู้จักได้ยังไง?
จับเอกสารพลิกไปพลิกมาแล้วก็บอกว่า ยูเพิ่งมาอยู่นี่ไม่ถึงหกเดือนที เดินทางไปไหนไม่ได้หรอก
อ้าว เป็นงั้นไป
อีลุงนรกบอกว่า ต้องมีบลูการ์ดตัวจริงก่่อน แล้วค่อยมาขออีกที
ก็เลยได้ทีบอกไปว่า เดือนหน้าก็ได้บลูการ์ดแล้ว งั้นก็มายื่นได้แล้วสิ??
อิลุงนรกก็บอกว่า ได้ มายื่นได้เลย
ผมก็เลยถามกลับไปว่า ตกลงจะเอาบลูการ์ดหรือจะต้องอยู่ครบหกเดือนกันแน่? เพราะเดือนหน้าได้บลูการ์ดกุก็ยังอยู่ไม่ครบหกเดือนอยู่ดี
อิลุงนรกก็เงียบไปพักนึง แล้วก็บอกว่า ให้ได้ก่อนแล้วมายื่น จะพิจารณาอีกที
อ้าวนี่มึงก็ยังไม่รู้ใช่มั้ยว่ามึงจะให้กุรึเปล่า
สรุปว่าการท่องเที่ยวของประเทศ ฝากไว้ที่มึงคนเดียวว่างั้น
เซ็งจิตอย่างสุดๆ ควายมาก ชักเริ่มไม่อยากไปมันแระประเทศนี้
เข้าใจว่าต้องการปกป้องประเทศ ไม่อยากให้ใครลักลอบไปทำงาน แต่แมร่งไม่เห็นบ้างรึไงว่า
กุมีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง รายได้ก็สูงกว่ารายได้เฉลี่ยของประชากรประเทศมึง
ตั๋วเครื่องบิน จดหมายรับรองกุก็มีครบ มึงไม่ดูบ้างรึไง?
แล้วที่เมิงโฆษณาการท่องเที่ยวประเทศเมิงโครมๆ แต่ดันส่งเจ้าหน้าที่ที่หัวโบราณมาประจำต่างประเทศ
มาเป็นด่านหน้ารับนักท่องเที่ยว แล้วการออกวีซ่าก็แล้วแต่อารมณ์เจ้าหน้าที่ ทำอย่างนี้มันเรียกส่งเสริมการท่องเที่ยวมั้ยวะ
ปิดประเทศ แล้วก็เก็บไว้ให้พ่อเมิงเที่ยวเหอะ!! โมโหรอบสอง
 
 
+++++++++++++++
+++++++++++++++
 
มาดูเก็บตกฮ่องกงกันดีกว่า
 
เนื่องจากโรงแรมนอนสบายมาก ตื่นมาก็เที่ยง กว่าจะได้ออกจากโรงแรมก็บ่าย
แวะจิบกาแฟที่บาร์ฟรี เพราะเป็นโกลด์เม็มเบอร์ จากนั้นก็เอากระเป๋าฝาก concierge ไว้
แล้วก็เดินข้ามไปอีกฝั่งเพื่อไปเช็คอินที่ Holiday Inn Hong Kong Kowloon East
เข้าไปดูห้องนิดหน่อย คืนนี้ไม่นอน แค่มาเช็คอินทิ้งไว้ให้เพื่อนเฉยๆ
ถ่ายรูปเล่นนิดหน่อยก็ออกเดินทางไป Causeway Bay เพื่อไปหาร้านในตำนาน
 
 
ห้องพักที่ Holiday Inn เล็กกว่าฝั่ง Crown Plaza ไม่มีอ่างอาบน้ำด้วย
ดีหน่อยตรงที่ห้องรวมอาหารเช้า
 
มุมโต๊ะทำงาน
 
 
 
 
 
 
แถวๆ Causeway Bay สัสันมันสวยดี
 
 
 
 
 
ร้านที่ตามหา อยู่ไม่ไกลจาก Tube 
 
 
 
 
 
กินคนเดียว เลยสั่งมาไม่เยอะ แต่รสชาดและบริการสุดยอดมาก
 
 
 
 
 
 
สมแล้วที่ New York Times บอกว่าเป็นร้านอาหารสิบร้านในโลกนี้ที่ควรไปชิม
ร้านดั้งเดิมอยู่ไทเปนะครับ ตอนนี้รู้สึกจะมีสาขาที่เซ็นทรัลเวิร์ลด้วยนะครับ ลองไปชิมกันได้
 
 
 
หลังจากอิ่มก็ไปนั่งรถกระเช้าไปเที่ยวหมู่บ้าน Ngong Ping
 
 
 
 
ถึงแล้วครับหมู่บ้านบนเขา
 
 
 
 
 
ที่มาเพราะว่ามีพระใหญ่ มาไหว้พระซักหน่อย ที่นี่น่าจะเป็นที่ๆสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเฉยๆ
ไม่มีอะไรมาก เหมือนที่ท่องเที่ยวทั่วไป
 
 
 
 
เซียมซี 
 
 
 
 
ป้ายบอกทิศเก๋ๆ
 
 
 
 
แล้วก็เดินขึ้นบันไดไปไหว้พระ
 
 
วานพี่รัสเซียถ่ายรูปให้
 
 
หมู่บ้านแมนเมดที่เงียบเหงา
 
 
นั่งกระเช้ากลับ หมดวัน
 
 
ผมกลับมาเดินเที่ยวแถวๆใจกลางเมือง แวะไปกินอาหารญี่ปุ่นอีกรอบ แล้วก็กลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม
นั่งรถไฟใต้ดินจากโรงแรมมาลงที่สถานี Sheung Wan เดินขึ้นมาด้านบนก็เจอท่าเรือเฟอรี่ ซื้อตั๋วแล้วก็ขึ้นเฟอรี่กลับมาเก๊า ชั่วโมงเดียวก็ถึง
 
 
 
 
แล้วจะมาบ่นให้ฟังใหม่ เอนทรี่หน้า
 
 
 
 
นายอาร่อน
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet