มาอยู่ที่มาเก๊าได้สามเดือนเต็มแล้วครับ
รู้สึกเหมือนว่ามาอยู่ที่นี่นานกว่านั้นอีก แต่เอาเข้าจริงๆก็เพิ่งจะครบสามเดือนไปเมื่อวานนี้เอง
สามเดือนที่มาอยู่ที่นี่ รู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นครับ มันไม่ได้สะดวก สบายเหมือนอยู่ที่บ้าน
แต่เชื่อว่าคนเราทุกคนสามารถอยู่ได้ในทุกที่ และเลือกที่จะมีความสุขในที่ที่เราอยู่ได้ไม่ยาก
ผมรู้สึกว่า ตอนนี้ผมมีความสุขมากกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
แน่นอน ผมสบายใจขึ้นกว่าเก่าเยอะ เพราะเหมือนผมจะลืมอะไรหลายๆอย่างที่ค้างคาใจ
มันเป็นสิ่งที่ผมพยายามจะลืมและหาข้อยุติให้กับมันมาตลอดในช่วงหลายๆปีที่ผ่านมา
ว่ากันว่า สถานที่มีผลต่อความทรงจำและความรู้สึกของคนเรา
สถานที่ทำให้เรานึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่เราเคยมีความสุขโดยที่มีใครคนนั้นอยู่ข้างๆ
และสถานที่นี่เอง ที่ทำให้เราเป็นทุกข์เมื่อวันหนึ่งเขาคนนั้นไม่ได้อยู่ข้างๆ หรือเป็นของเราอีกต่อไป
การใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่นั้นๆทุกวันมันจะยิ่งทำให้ใจเราหดหู่ลงไปทุกวัน
บางครั้ง การหนีออกมาจากที่เดิมๆซักพัก มันก็ช่วยให้เรากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
เราอาจจะหนีอะไรบางอย่างไม่พ้น หากใจเรายังผูกติดกับมัน
แต่การออกมาจากที่เดิมๆที่เคยอยู่ มันก็ช่วยให้เราลืมมันไปซักระยะหนึ่ง และไม่มีจิตรำพึงรำพันถึงมันมากนัก
ตอนนี้ผมดีขึ้น เพราะผมได้เจออะไรใหม่ๆ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เรื่องใหม่ๆที่เข้ามาในชีวิต
และผมก็เผลอลืมเรื่องในอดีต เรื่องที่ติดอยู่ในใจมาหลายปี ผมลืมมันไปแบบที่ไม่ต้องพยายามลืม
น้องคนนึงบอกว่า เราไม่มีทางลืมอะไรได้หรอก "อย่าประมาทไป เรื่องแบบนี้มันก็เหมือนกับอุบัติเหตุ พร้อมที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา"
มันก็คงจะจริง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นเรื่องของความทรงจำและความรู้สึกทั้งนั้น
ผมอาจจะกลับมาคิดถึง "เขา"ขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นได้
เพียงแต่ตอนนี้มันยังไม่มี"เหตุ"อุบัติขึ้นกับผม ผมก็เลยรู้สึกว่า
ผมมีความสุขเหลือเกินกับการที่ไม่มีเขาอยู่ในหัวในระยะนี้
บางทีเราก็ลืมอะไรได้ไม่อยากอย่างที่คิด
 
 
+++++++++++++
+++++++++++++
 
 
 
ต่อจากตอนที่แล้วกันดีกว่า
หลังจากที่เขียนจดหมายไปถึงท่านทูต ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านทูตจะเปิดหูเปิดตารับฟังกันบ้างรึเปล่า
แต่ที่แน่ๆ อดไปไต้หวันในทริปที่วางแผนมานาน ทุกสิ่งทุกอย่างพร้อม ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน เพื่อน
ไม่พร้อมอยู่อย่างเดียวคือ "วีซ่า"
 
 
 
 
 
 
ไหนๆก็ลางานไว้แล้วผมก็เลยคิดทริปสั้นๆขึ้นใหม่ เป็นทริปที่ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก และไม่ต้องง้อท่านทูต
จริงๆก็มีช้อยส์ไม่มาก ที่อยากไปจริงๆก็ฟิลิปปินส์เพราะไปเปิดอ่านเว็บบอร์ดอันหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องของการเดินป่าไปยังภูเขาไฟพินาตูโบ อ่านแล้วก็อยากไปขึ้นมาทันที แต่จากประสบการณ์เดินป่าที่โคตาคินาบาลูและโบรโม่
มันต้องเตรียมตัวอยู่พอสมควร แผนนี้ก็เลยเป็นอันต้องเลื่อนไป สุดท้ายแจ็คพ็อตก็เลยมาตกอยู่ที่ฮ่องกง ซึ่งไปง่ายและไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย
 
 
 
 
 
 
ฮ่องกงกับที่นี่ห่างกันแค่เอื้อมมือ นั่งเฟอรี่ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว ไปเช้ากลับเย็นยังได้เลย
แต่ไหนๆมีเวลาแล้วก็เลยจัดไปเต็มๆสองคืน เอาให้ทั่วและเอาให้ลึก
และแล้วก็จองโรงแรม เพราะว่ากันว่าห้องพักที่ประเทศนี้ราคาวอล์คอินแพง ละห้องก็เล็กเท่ารูหนู
อาจจะไม่เล็กเท่ารูหนูที่ญี่ปุ่น แต่ก็เล็กกว่ารูหนูที่เมืองไทยเยอะ
เหลือบไปเห็นบัตร PCR ก็นึกขึ้นได้ว่ามีแต้มเหลืออยู่พอที่จะแลกห้องพักได้ ก็เลยจัดๆ
ใช้แต้มไปสองคืน เพิ่งเงินอีกนิดหน่อยเพราะแต้มไม่พอ แต่ก็ถือว่าคุ้มมากๆ
คืนแรกจองที่ Crowne Plaza Hong Kong Kowloon East ส่วนคืนที่สองจองไว้ที่ Holiday Inn Express Kowloon East ที่จองฝั่ง East Kowloon ก็เพราะว่าโรงแรมอยู่ไกล ใช้แต้มน้อย
 
 
 
 
 
 
ออกเดินทางจาก Macau Ferry Terminal กันสายๆ กับ Turbo Jet วิ่งฉิวกว่าสปีดโบ้ทบ้านเราเยอะ
ชั่วโมงเดียวก็ถึง KOwloon แอบสังเกตุเห็นคนไทยบนเฟอรี่เที่ยวเดียวกันเยอะมาก น่าจะเป็นเพราะค่าครองชีพไม่สูงและมาง่าย สายการบินหางแดง หางส้ม หางม่วงมีบินตรงจากบ้านเราเยอะแยะ
ถึงเกาลูน ออกมาจากท่าเรือก็เดินเลี้ยวขวามาสองไฟแดง เลี้ยวซ้ายก็จะเห็นทางลงไปรถไฟใต้ดินสถานี่ Tsim Sha Tsui ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของฝั่งเกาลูน ซื้อบัตร Octopus เพราะประหยัดค่าใช้จ่ายและสะดวกกว่า แล้วก็กระโดดขึ้นรถไฟฟ้าทันที เมืองไหนมีรถไฟฟ้าอาร่อนไม่เคยหลง ที่นี่ก็เช่นกัน เปลี่ยนรถสองต่อก็มาถึงสถานี Tseung Kwan O ออกมาจากสถานีก็เจอห้าง Popcorn ซึ่งด้านบนของห้างนี้เองที่เป็นที่ตั้งของโรงแรมที่จองไว้
ผมเข้าไปเช็คอินแล้วก็เข้าห้อง รอบนี้มาหรูเป็นโกลเม็มเบอร์ก็เลยได้ห้องอัพเกรด amenity โน่นนี่ฟรีเยอะแยะ
โรงแรมใหม่มากครับเพราะเพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน ที่สำคัญห้องกว้างมาก ไม่รูหนู ช้างนอนได้ ชื่นชมกับความสวยงามของห้องได้พักใหญ่ นายอาร่อนก็หอบเป้ออกตระเวณเกาะฮ่องกงโดยทันที ไปดูภาพกันดีกว่า ขี้เกียจพิมพ์
 
 
 
ป้าบเล็กๆหน้าโรงแรม
 
 
ภาพประดับตรงหน้าลิฟท์
 
 
มี welcome letter ให้ด้วย เป็น Gold Member มันดีอย่างนี้นี่เอง
 
 
ภายในห้อง ยังดูใหม่อยู่เลย กว้างกว่าที่คิด มีอ่างอาบน้ำให้ด้วย หลังจากที่ช้อมมาทั้งวันจนเมื่อย ก่อนนอนคืนนั้นก็เลยได้นอนแช่น้ำอุ่น
 
 
อีกมุม
 
 
 
ข้าวของเครื่องใช้ในห้อง
 
ชอบป้ายบอกทางที่นี่ ชมพู น้ำเงิน ตัดกันดี
 
 
signature view ของฮ่องกง ถ่ายจาก The Peak
 
 
เพิ่งจะผ่านปีใหม่(จีน)
 
 
เอาทุกสรรพสิ่งมาอยู่บนเขา
 
 
บ้านเก่าๆบนดอย ได้กลายสภาพมาเป็นร้านอาหาร
 
ร้านอาหารสุดเดิ้นจากอเมริกา Bubba Gump ร้านนี้ได้แรงบัลดาลใจมาจากภาพยนต์เรื่อง Forest Gump
แต่งร้านน่ารักดี และ อาหารอร่อยมากกกก
 
 
Mango อะไรไม่รู้ จำชื่อไม่ได้
 
 
บริเวณบาร์ของร้าน
 
 
จานนี้เป็นข้าวและปลา อร่อยจนร่อนกวาดเกลี้ยง
 
 
ตกกลางคืนก็มีภาคบังคับที่ The Symphony of Light สมคำร่ำลือจริงๆ
 
 
มื้อก่อนนอนที่ร้านอาหารญี่ปุ่น
 
 
Sushi BAr
 
รองเทาในตำนานที่คนไทยต้องบินมาซื้อกันถึงที่นี่บ่อยๆ ไม่ถูกอย่างที่คิดแต่ซื้อเพราะอยากได้
 
 
กระเป๋าใครไม่รู้ที่ล็อบบี้โรงแรม
 
 
คาปูชิโน่ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา อาจจะเพราะฟรีด้วยมั้ง
 
 
 
 
 
 
แค่นี้ก่อนสำหรับวันแรก ขี้เกียจอัพ เน็ตช้า 
ต่อตอนหน้านะคร้าบบบบ
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

@little Fon
ผมก็ชอบครับ สะดวกสบาย ไม่เคร่งครัดเหมืองสิงค์โปร์

#2 By Clepsydra:: on 2013-03-11 19:08

ฮ่องกงเป็นอีกเมื่องที่มีเสน่ห์ค่ะ confused smile confused smile

#1 By Little Fon on 2013-03-11 17:15