วิธีคลายเหงาหน้าหนาว

posted on 07 Nov 2009 14:45 by clepsydra

 

 

 

 

ช่วงนี้เปิดไปบล๊อกไหนก็เจอคนเขียนแต่เรื่องความเหงากับความหนาว

เปิดไปเฟซบุคเพื่อนสนิทก็เจอคนเปลี่ยนหัวเป็นเหงาเยอะแยะ

ทำไมเหรอ  ในลมหนาวมันมีอะไรเหรอ  ถึงทำให้ใครหลายๆคน เหงาขึ้นมาได้

หรือว่าลมหนาวมีสารเคมีอะไรซักอย่างที่ทำให้เกิดอาการเหงา

หากว่ามีสารดังกล่าวจริง  ทำไมผู้ชายอย่างผมถึงไม่รู้สึกเหงาเลยซักนิด

เหตุผลอาจจะมีสองอย่าง  อย่างแรกคือ มีภูมิคุ้มกัน อย่างที่สองคือ ชิน

แล้วหน้าหนาวจะพอมีกิจกรรมอะไรให้ทำคลายเหงาได้บ้าง

ว่าแล้วผมก็เลยลองคิดดูเล่นๆ เพื่อว่ามันจะช่วยใครหลายๆคนได้ 

 

 

 

1.       สำหรับคนที่มีครอบครัว  กลับบ้านไปนั่งดูทีวีพร้อมคนในครอบครัว  ทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา ถ้าจะให้ดี  แนะนำให้นั่งสนทนารอบกองไฟหรือเตาผิง  รับรอง  หนาวกายแต่อุ่นใจชัวร์ 

 

 

 

2.      สำหรับคนที่ไม่มีครอบครัว  อยู่ตัวคนเดียว  ทานข้าวคนเดียว แนะนำให้ไปรบกวนเพื่อน แวะไปหาที่บ้านเลย ยิ่งเพื่อนที่มีครอบครัวแล้วยิ่งดีเพราะแทนที่เราจะเจอเพื่อนหนึ่งคน  เราก็จะเจอสองคนเป็นอย่างต่ำ  แต่ต้องระวังไว้เพราะอาจจะเจอสถานการณ์  อยู่คนเดียวไม่เหงาเท่าสามคน  

 

 

 

3.      เที่ยวเลยครับ  ที่ไหนคนเยอะไปให้หมด  แนะนำให้ไปปาย  เพราะหน้าหนาวทีไร  ไม่มีใครเหงาที่ปาย ไปที่นั่นก็จะเจอเพื่อนร่วมอุดมการณ์เป็นหมื่น อันนี้เคยเจอกับตัวเอง  คือเพื่อนยั้วเยี้ยเต็มไปหมด  นอกจากจะไม่เหงาแล้ว  ท่านจะไม่มีทางอยู่เป็นส่วนตัวได้เลย  หนาวอย่างนี้งดทะเลนะครับ  เพราะทะเลหน้าหนาว  เหงายิ่งกว่าหน้าร้อน 

 

 

 

4.      ไปอาบน้ำแร่แบบญี่ปุ่นครับ ไปห้องรวมยิ่งดี  อุ่นตัว หัวใจสูบฉีดเลือดแรง แถมเจอใครมากหน้าหลายตาร่วมห้องด้วย รับรองว่าไม่เหงา แช่น้ำไปคุยไป  แอบดูคนข้างๆไป  ได้อารมณ์เป็นอย่างยิ่ง  สำหรับท่านผู้ชาย  ไปอาบอบนวดก็ได้ครับ ไม่เหงา เพราะมีน้องเค้าพร้อมที่จะอยู่เป็นเพื่อน  

 

 

 

5.      สำหรับผู้หญิง  มีงานมิดไนท์เซลล์ที่ไหนขอให้รี่ไปเลยครับ  ไม่เหงาแน่  งานอย่างนี้เป็นศูนย์รวมสตรีนักช้อปจากทุกมุมเมือง รับรองจะเจอคนที่มีความชอบเหมือนกัน  แต่ขอเตือนให้เตรียมเงินไปให้พอนะครับ  ผมเข้าใจดีว่าเมื่อพวกคุณช้อปแล้ว  จะไม่มีอะไรมาหยุดคุณได้ หากเตรียมเงินไปไม่พอ  อาจจะเปลี่ยนจากรู้สึกเหงาเป็นเซ็งในที่สุดครับ  

 

 

 

วันนี้เอาเบาะๆแค่นี้ก่อนแล้วกันครับ  ใครมีกิจกรรมน่าสนใจก็แนะนำได้นะครับ

 

 

 

ความหนาวอาจจะอยู่กับเราไปอีกนาน  แต่ความเหงา  หากกำจัดมันได้ถูกวิธีไม่กี่นาทีมันก็จากไปแล้วครับ 

 

 

 

หนาวๆก็ยังคงดีกว่าเหงา  ที่มันคอยจะทำร้ายเรา  อยู่เรื่อยไป….. 

 

 

 

เหงาไปไม่ดีแน่นอนครับ

 

 

 

 

edit @ 7 Nov 2009 14:48:17 by Clepsydra::

 

 

 

 

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปกับการเริ่มงานใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม สถานที่ใหม่ เพื่อนร่วมงานใหม่ และตำแหน่งงานใหม่ที่สูงกว่าเดิม  จะว่าไปก็เกร็งๆเหมือนกันครับ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเองไม่ชอบยุ่งกับนาย หรือว่าหัวหน้าเท่าไหร่ 

ผมเคยแม้กระทั่งมีปัญหากับหัวหน้าเพราะว่าไม่ชอบวิธีการทำงาน ไม่ชอบการบริหารบุคลากร  แต่วันนี้กลับต้องมาเป็นหัวหน้าคน  มีคนร้อยพ่อพันแม่อยู่ในการดูแล แม้ว่าจะยังไม่ได้เริ่มงานอย่างเต็มตัว แต่ก็เริ่มรับรู้ได้แล้วว่า เหนื่อย 

 

 

 

ก่อนออกมาเริ่มงานที่นี่ หัวหน้าเก่าก็เตือนว่า  คนอย่างแกคงต้องใจเย็นขึ้นอีกหน่อย เพราะที่ผ่านมาผมเป็นคนใจร้อนมาก แล้วก็มีอีกอย่างที่เค้าพูดแล้วทำให้รู้สึกเห็นใจเค้า  และเข้าใจตัวเองขึ้นมาทันที เค้าบอกว่า  แล้วแกจะรู้ว่าเป็นหัวหน้าคนมันยากยังไง  

 

 

 

เริ่มงานมาตั้งแต่ต้นเดือนแล้วครับ  ก็ต้องไปรีเฟรชงานตามแผนกต่างๆเพราะว่างานบางอย่างก็ทิ้งมานานจนเกือบลืมแล้ว  ตอนนี้ก็ทำอยู่แผนกรูมเซอร์วิสครับ ไม่ชอบเลยครับ มีความรู้สึกเหมือนเดจาวู เรื่องมันมีที่มาครับ   

 

 

 

เรื่องของเรื่องคือผมเคยฝึกงานรูมเซอร์วิส แล้วนั่นก็เป็นที่แรกที่ผมได้เจอพี่เจตน์  ได้ทำความรู้จักและสนิทสนมกันในที่สุด  วันนี้เลยเหมือนกลับมายืนที่เดิมอีกครั้ง แต่เป็นแบบที่ไม่มีเค้าครับ ใจเราเผลอเมื่อไหร่ ก็ไปคิดถึงเค้านะครับ แปลก 

 

 

 

ช่วงนี้มาอยู่บ้านตัวเองแล้ว  คืนบ้านเช่าย้ายข้าวของกลับเรียบร้อย ต้องห่างเพื่อนออกมาหลายสิบกิโล คิดถึงเพื่อนเหมือนกัน 

ผมออกจากบ้านไปนาน มานั่งนับว่าจากบ้านไปนานเท่าไหร่ ผมก็ตกใจกับจำนวนปีที่คาดไม่ถึง แปดปี นานทีเดียวนะครับตั้งแต่เรียนจบมัธยมโน่น 

 

 

 

Home Sweet home, I’m heading home again. 

 

 

 

ปล.อาการป่วยดีขึ้นแล้วครับ มีไอ กับหายใจติดขัดนิดหน่อย แต่ก็ไม่รู้ว่าโรคกรดไหลย้อนนี่มันจะหายรึเปล่า ช่วงนี้ปวดตลอดเลยครับ 

 

 

 

อากาศหนาวขึ้นทั่วประเทศ  รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ

 

 

 

 

edit @ 5 Nov 2009 22:40:09 by Clepsydra::

A day dream under the rain cloud

posted on 03 Nov 2009 22:17 by clepsydra

 

 

 

 

ตื่นเช้ามาด้วยอาการสะลึมสะลือ เสียงฝนโปรยปรายข้างนอกไม่มีหยุด

ฝนยังคงตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย เฉกเช่นคืนวาน

แสงรางๆเริ่มจับที่ปลายขอบฟ้า เหนือขึ้นไป เมฆดำก้อนใหญ่ค่อยๆเคลื่อนไกล้เข้ามา

อีกไม่นานฝนคงตกลงมาหนาเม็ดขึ้น

และอีกนานกว่าสายฝนจะพ้นผ่านไป

หลายวันแล้วที่สภาพอากาศเป็นอย่างนี้ ฝนตกตลอดทั้งวัน มากน้อยสลับกันไป

พัดลมหมดหน้าที่ของมันไปตั้งแต่กลางดึกคืนก่อน ตั้งแต่อุณหภูมิของห้องค่อยๆลดลง

แล้วผ้าห่มก็ได้ทำหน้าที่ที่มันคุ้นเคย  

 

 

 

กลับเข้ามาในห้อง ค่อยๆทรุดกายลงบนเตียงนอนหนานุ่มอีกครั้ง

บรรจงหลับตาลงอย่างช้าๆ ค่อยๆขดกายขยับทุกส่วนของร่างกายเข้าไปใต้ผ้าห่ม

ความอบอุ่นคือสิ่งที่คนเราแสวงหาเรื่อยมา

เมื่อร่างกายอันหนาวเหน็บได้พบกับความอบอุ่นจากผ้านุ่มๆ

แม้จะไม่ใช่ราตรีที่มืดมน มนุษย์อย่างเราก็หลับไหลท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านเมฆดำทมึนได้

 

อรุณสวัสดิ์ 

 

 

Wet Season (a day dream under the rain cloud) 

 

I’m awake drowsily in the morning, in sighted what is going on outside through the sound of a continual rain. 

 

It was rain last night, till now it never stop. 

 

The skyline tingeing by a shade of day light while a massive cloudy nimbus moving closer upwards.  

The rain might sheet down before long and it long till the last drop falls. 

 

Day after day that it rain cats and dogs. 

 

A table fan in bed room was turned off since the temperature cool up last night. 

 

Finally the blanket does it routines…. 

 

Again, back into the massy room, gently lay on the comfortable bed. 

 

Delicately close the eyes, every parts of the body were now underneath the softly blanket. 

 

A warmth air under the blanket is the best wish.

 

When the coldest body meets warmth of gentle slops, human easily slumber under the cloudy sky and a softly sunlight, even not a darkness night.

 

 

ปล. เขียนแบบง่วงๆ งง  ทนอ่านหน่อยนะครับ

ช่วงนี้ไม่สบายหนักครับ ไข้ขึ้นสูง หวัดลงกระเพาะ ไอ หลอดลมอักเสบ กระเพาะก็ดันไม่ย่อย กรดก็เสือกไหลย้อน เป็นครั้งแรกในเจ็ดปีครับ ที่ป่วยหนักขนาดนี้

รู้สึกแย่  แต่ก็หวังว่ามันจะหายในเร็ววันครับ

 

 

 

edit @ 3 Nov 2009 22:25:44 by Clepsydra::